เจ้าของ Dr.JiLL ดร.สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ

Last updated: 2021-05-02  |  200 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เจ้าของ dr.jill

คุณซี ดร.สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Dr.JiLL กับบทสัมภาษณ์ครั้งแรกแบบเต็ม ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการบริหารธุรกิจ ตลอดจนมุมมองการใช้ชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจ “การก้าวไปถึงความฝันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม”

 เมื่อพูดถึง Dr.JiLL เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกันดีในฐานะแบรนด์เซรั่มยอดนิยมที่มักได้เห็นและได้ยินผ่านทางรายการโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งใครจะรู้บ้างว่าเจ้าของธุรกิจผู้ก่อตั้งและผลักดันจนประสบความสำเร็จ สามารถครองใจผู้ใช้ทั่วประเทศ เป็นใคร มาจากไหน อะไรทำให้ Dr.JiLL เติบโตได้อย่างทุกวันนี้ เราจะพาไปพูดคุยกับ “ซี สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ด็อกเตอร์จิล แลบบอราทอรี่ จำกัด นักธุรกิจมากความสามารถที่ไม่เคยปล่อยให้โอกาสหลุดมือ กว่าจะมาถึงจุดนี้บอกเลยว่าไม่ใช่ความบังเอิญ

เส้นทางก่อนเป็นนักธุรกิจ เจ้าของ Dr.JiLL ซี สักก์พิพัฒน์


• ชีวิตในวัยเรียน กับประสบการณ์ต่อยอดความฝัน
          ซีเติบโตมาในครอบครัวธรรมดา เคยใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากมีชีวิตที่ดี แต่ทำอย่างไรให้ดีล่ะ เราเลยเริ่มจากรับสอนพิเศษวิชาเคมี ตั้งแต่เรียนปี 1 คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโชคดีที่ตอนนั้นมีเพื่อนชวนทำธุรกิจขายตรง เราจึงตัดสินใจทำควบคู่ไปด้วยเป็นระยะเวลา 3-4 ปี สิ่งที่ซีได้จากตรงนี้คือการมองชีวิต มองอนาคต วิธีการง่าย ๆ ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองจะเป็นอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า ให้ดูคนในสายอาชีพนั้น ๆ สมมติคุณอยากเปิดธุรกิจร้านกาแฟ ก็ต้องไปดูว่าคนทำกาแฟที่รวยคือใคร ลองคุยกับเขาว่ามีรายได้เดือนละเท่าไร มีวิธีการบริหารอย่างไร คุณคิดว่าตัวเองทำได้ไหม แล้วถ้าต้องออกจากงานประจำมาทำจะกระทบอะไรไหม ถ้าคิดว่าใช่ คุณทำเลย แต่ถ้าไม่ใช่ แสดงว่าความฝันนั้นไม่ตอบโจทย์แล้ว นั่นคือ mindset แรกที่ใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งทำให้เราเห็นภาพตัวเองชัดเจนมากว่าอยากเป็น “เจ้าของกิจการ”
• บทบาทการทำงาน กับการทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อพัฒนาองค์กร
          หลังจากเรียนจบ ซีสมัครงานครั้งแรกในตำแหน่ง R&D Marketing ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาด้านการตลาดให้กับโรงงานผลิตอาหารเสริมเครื่องสำอาง เป็นลักษณะ OEM (Original Equipment Manufacturer : โรงงานที่รับผลิตสินค้า) เชื่อไหมว่าตอนสัมภาษณ์งาน ซีใช้ความรู้จากธุรกิจขายตรงหมดเลย บวกกับซีจบสายวิทย์ และเป็นครูสอนเคมีด้วย เพราะฉะนั้นซีจะมีทั้งวิทย์และศิลป์ในตัว ซึ่งบริษัทกำลังมองหาคนแบบนี้อยู่ พอเข้าไปทำงาน เจ้านายก็ให้เราช่วยดูแลทั้ง 4 บริษัทในเครือ ซึ่งเหนื่อยมาก แต่ก็ได้ความรู้เยอะมาก ประกอบกับเราจะต้องไปคุยกับลูกค้าหลายบริษัท ทำให้ได้เรียนรู้ระบบของแต่ละบริษัทโดยอัตโนมัติ กลายเป็นองค์ความรู้ที่เราค่อย ๆ สั่งสมมา
 

          ในการทำงาน สิ่งที่ซีทำมาตลอดชีวิตคือไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นลูกจ้าง ซีทำงานแบบเป็นเจ้าของกิจการจริง ๆ อุทิศชีวิต 7 วัน ทำด้วยความรู้สึกว่าองค์กรนี้เป็นของเรา เราอยากพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ได้มองเรื่องผลตอบแทนอย่างเดียว จำได้ว่าตอนนั้นเป็นเด็กจบใหม่ได้เงินเดือน 10,000 บาท แต่ด้วยเนื้องานและสิ่งที่เราตั้งใจทำ แล้วเจ้านายมองเห็น จึงเพิ่มเงินเดือนให้ 3 เท่า ในระยะเวลาแค่ 3 เดือน นี่เป็นเหมือนประตูบานแรก เพราะซีไม่เคยปฏิเสธโอกาส เรามองว่า ในมิติของคนอื่น ถ้าจ้างทำงานเกินเวลา เกินหน้าที่ เขาคงอยากมีวันหยุด อยากกลับบ้าน แต่เราคิดว่าถ้าคุณจะเติบโตต้องไม่ใช่แบบนั้น เมื่อโอกาสมาจงคว้าไว้เถอะ

กลยุทธ์การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ


• จุดเริ่มต้นของ Dr.JiLL
          Dr.JiLL เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่ซีไม่เคยปฏิเสธโอกาส เหตุการณ์คือ มีวันหนึ่งคุณหมอที่รู้จักกันได้แนะนำสูตรสกินแคร์กับเรา ว่าให้ลองเอาไปทำดู ซึ่งเป็นสูตรที่ศึกษามาจากงานวิจัยของประเทศเยอรมนี ผ่านการทดลองโดยแพทย์เฉพาะทางแล้ว เราก็มองว่าเป็นโอกาส พอได้สูตรมาปุ๊บก็ส่งให้เจ้านายเก่าที่เคยทำโรงงานด้วยกันผลิตออกมา พอเทสต์แล้วดี จึงส่งไปให้เพื่อน ๆ หลายคนที่เราสนิททดลองใช้ ผลปรากฏว่าเขาประทับใจ จึงกลายเป็น Dr.Jill เพราะหมอที่ให้สูตรมาชื่อจิล ง่าย ๆ แบบนี้เลย แล้วเราก็ใช้สโลแกน “เซรั่มของคุณหมอ” มาตั้งแต่นั้น จนถึงวันนี้ Dr.JiLL เพิ่งครบรอบ 6 ปีไปเมื่อเดือนตุลาคม 2563 หากย้อนกลับไปในวันแรก ซีมีเงินทุนไม่ได้มากมาย แต่เรารู้ว่าต้องทำจังหวะไหน หายอดขายอย่างไรจากประสบการณ์ความรู้ และนี่คือบ้านของเรา อาหารเสริม เครื่องสำอาง การตลาด ทุกอย่างเราได้รับการหล่อหลอมมาแล้ว

• หลักในการทำการตลาดและโฆษณา
          การตลาดยุคนี้กับเมื่อ 6 ปีที่แล้วต่างกันพอสมควร สำหรับแนวคิดการทำการตลาดของซีไม่ได้ใช้เงินเยอะ เพียงแต่เรามีโฟกัสที่ชัดเจน มีวัตถุประสงค์ในการออกสื่อ คิดวิเคราะห์เยอะมาก ทุกสื่อที่เราลงทุนไปจะต้องได้ผลตอบแทนกลับมา ไม่ได้เป็นการหว่าน แต่เป็นสื่อที่เราชำนาญมาตลอด นั่นคือรายการโทรทัศน์ พอมาถึงการตลาดในปัจจุบัน เราต้องปรับโดยให้ความสำคัญกับคอนเทนต์เป็นอันดับ 1 ศิลปินดาราเป็นอันดับ 2 และสินค้าเป็นอันดับ 3 เสมอ ซึ่งเราทำการบ้านทุกครั้งว่ารายการนั้น ๆ ต้องการได้เนื้อหาอย่างไร ที่สำคัญคือเนื้อหาของรายการได้ส่งอะไรให้กับผู้บริโภคบ้าง ในทางกลับกันเราเองก็ต้องทำการบ้านควบคู่ไปด้วยว่าผู้บริโภคชื่นชอบหรือสนใจเนื้อหาช่วงใดของรายการบ้าง นี่คือคีย์เวิร์ดในการคิดคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับทั้งรายการและผู้บริโภค ก่อนจะไปสู่ขั้นตอนการนำเสนอศิลปินดารา แล้วค่อยสอดแทรกสินค้าของเราเข้าไป

• มุมมองที่มีต่อตลาดดิจิทัลออนไลน์
          Dr.JiLL เติบโตมาด้วยช่องทางโปรโมตเกือบ 100% เราไม่มีวางขายตามท้องตลาด แต่ขายผ่านดิจิทัลออนไลน์อยู่แล้วตั้งแต่ต้น ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ก็ดี หรือสถานการณ์โควิด 19 ก็ดี คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ทำให้การตลาดมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง จะเห็นได้จากมีคอนเทนต์ออนไลน์ผุดขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งถ้ามองตั้งแต่ต้นปี ซีคิดว่าสื่อออนไลน์ไม่ดรอปลงอย่างที่หลายคนวิตก แต่เชื่อว่ายังคงมาแรงและจะเป็นตลาดที่โตที่สุด เห็นได้ชัดเจนว่าตลาดดิจิทัลมีการขยายตัวเร็วมาก นั่นเป็นเพราะทุกคนเข้ามาเล่นออนไลน์เหมือนกันหมด แน่นอนว่าการแข่งขันย่อมสูงขึ้นตามลำดับ จะไม่มีคำว่ามือสมัครเล่นต่อไปอีกแล้ว เราจึงต้องมีความละเอียดและใส่ใจมากขึ้น บอกได้คำเดียวว่าคนที่จะยืนอยู่ได้ไม่เพียงต้องเก่ง หรือต้องทำความเข้าใจกับตลาดเท่านั้น แต่ต้องรู้จักปรับตัวเองให้เท่าทันด้วย เพื่อให้อยู่ในจุดสมดุลตามที่ควรจะเป็น

• สถานการณ์โควิด 19 กับผลกระทบทางธุรกิจ
          ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ทุกภาคธุรกิจต่างได้รับผลกระทบแทบจะทั้งหมด เราเองก็เช่นกัน ถึงยอดจะไม่ได้ลดฮวบจนน่าตกใจ และแม้ว่า Dr.JiLL จะเป็นหนึ่งในไอเทมที่คนใช้แล้วภูมิใจ แต่เราก็ยังคงไม่หยุดทำการบ้าน ติดตามสถานการณ์ ปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็พร้อมหาแนวทางการรับมือที่ดีที่สุด ประกอบกับเมื่อปีที่ผ่านมาเราได้ทำ Customer Research เป็นการทำความเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้คงไว้ จากนั้นเราจึงเลือกที่จะทำการตลาดในแบบใหม่ ๆ นั่นคือสิ่งที่เราเลือกและคำนึงถึงมาตลอดในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา

• อุปสรรคครั้งสำคัญ และทางออกที่ทำให้ผ่านพ้นมาได้
          โควิด 19 ถือว่าหนักสุดแล้วนะ จริง ๆ เมื่อหลายปีก่อนอาจจะมีเรื่องใหญ่ ๆ หลายเรื่องเกิดขึ้นในบ้านเรา แต่ว่าเราก็ผ่านมาได้ เช่น วิกฤตของวงการเครื่องสำอางและอาหารเสริม เมื่อปี 2561 เราเองทั้งลุ้นและเครียด มอนิเตอร์ทุกวันว่าเจออะไรบ้าง ไม่เพียงยอดขายเราไม่ตก แต่กลายเป็นว่าคนมั่นใจแบรนด์เรามากขึ้น พอมาถึงช่วงโควิด 19 ยอมรับว่าในช่วงแรกได้รับผลกระทบหน่อย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยความยืดหยุ่น สำหรับซีเมื่อไรที่เจอปัญหา ข้อแรกต้องมีสติ นิ่งแค่แวบเดียว แล้วปรึกษาผู้ใหญ่ คุยว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา จากนั้นเตรียมแผนระยะยาวว่าควรทำอะไร ด้วยความที่เราเป็นองค์กรไม่ใหญ่ ยืดหยุ่นสูง จึงสามารถปรับตัวได้เร็ว

• ข้อคิดดี ๆ สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นธุรกิจ หรือเป็นเจ้าของกิจการ
          กว่าจะมาเป็นภาพแห่งความสำเร็จอันสวยหรู แน่นอนว่าเบื้องหลังของความน่าชื่นชมยินดีเหล่านี้ เจ้าของธุรกิจล้วนต้องผ่านอุปสรรคต่าง ๆ นานัปการ ดังนั้น การที่คนเราจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จได้นั้น สิ่งแรกคือต้องมีแรงบันดาลใจที่มากพอ สิ่งสำคัญอีกประการที่ขาดไม่ได้คือ ความเชื่อมั่นในธุรกิจของตัวเองว่าจะประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันต้องไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหรือแม้แต่ความล้มเหลว ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม ถ้ามีสิ่งเหล่านี้แล้วคุณจะหาทางเดินต่อไปได้ ประการสุดท้ายต้องไม่มองข้ามโอกาส เคยได้ยินไหมว่า คนโชคดีกับคนโชคร้าย ต่างกันตรงที่คนโชคร้าย แม้โอกาสมาถึงข้างหน้า เขาก็จะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือโอกาส ใครจะรู้ว่าวันแรกที่เพื่อนชวนซีไปฟังธุรกิจขายตรง จะสามารถเปลี่ยน mindset ทั้งชีวิตได้ จนเป็นเราอย่างในทุกวันนี้ ฉะนั้นเมื่อไรที่มีโอกาสหยิบยื่นมาให้ศึกษาและทำความเข้าใจ คำว่า “โอกาส” เป็นคำที่คนไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตชอบโทษตัวเองเสมอ จริง ๆ เขาอาจจะเคยได้โอกาสนี้ แต่กลับมองไม่เห็นหรือไม่ฟังด้วยซ้ำ ในที่สุดก็จะใช้ชีวิตเหมือนเดิม

    
          สำหรับผู้ที่คิดอยากเริ่มต้นธุรกิจ คือให้มองว่าสิ่งที่คุณยืนอยู่ตรงนี้ ต่อไปในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ถามตัวเองว่าชอบชีวิตแบบนั้นหรือไม่ ถ้าไม่ชอบ อยู่ทำไม ? ถ้าคำตอบคืออยู่เพื่อทำมาหากิน แสดงว่าทุกวันนี้คุณทำอาชีพเพื่อปัจจุบันเท่านั้น ตราบใดก็ตามที่เราดำเนินชีวิตด้วยการแก้ปัญหา เฉพาะวันนี้ คิดแค่วันนี้ คุณจะกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต


ความสำเร็จของ Dr.JiLL กับผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้ใช้


• ผลิตภัณฑ์ขายดี ยืนหนึ่งมาตลอด 7 ปี
          ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา Dr.Jill ประสบความสำเร็จและครองใจผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์เพียงตัวเดียว นั่นคือ Dr.JiLL G5 Essence เซรั่มน้ำนมเข้มข้น บำรุงผิว เป็นสูตรเดียวและไม่มีการปรับเปลี่ยนสูตรแต่อย่างใด โดยการันตีคุณภาพด้วยคำว่า “เซรั่มของคุณหมอ” เราตั้งใจศึกษาและทำการบ้านมาอย่างดีเพื่อให้ Dr.JiLL เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคอย่างดีที่สุด ด้วยคุณภาพและการรักษามาตรฐานของสินค้า คือสิ่งสำคัญที่เราคำนึงถึงมาโดยตลอด ทำให้ Dr.JiLL กลายเป็นเซรั่มที่ครองใจผู้บริโภคมาได้ถึงทุกวันนี้ และตลอดเส้นทาง 6 ปีนี้ สิ่งที่ปรับเปลี่ยนคงเป็นเรื่องของดีไซน์กล่อง เพราะเราตรวจเจอสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยตลอด และนี่เป็นเหตุผลที่เราต้องมีการปรับดีไซน์เพื่อให้เป็นจุดสังเกตระหว่างของแท้กับของปลอมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

• เกณฑ์ในการเลือกพรีเซ็นเตอร์
          เกณฑ์การเลือกพรีเซ็นเตอร์ของซี เริ่มจากการวางช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก แล้วนำมาเป็นตัวกำหนดการเลือกพรีเซ็นเตอร์ เพราะแต่ละช่วงวัยก็จะมีปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อง่ายต่อการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ด้วย ต่อมาคงต้องดูกันที่ไลฟ์สไตล์และวิธีการทำงานของแต่ละคน นั่นก็เพื่อการทำงานร่วมกันในระยะยาวที่จะเกิดขึ้น ปัจจุบันนี้ Dr.JiLL มีพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมด 4 คน ได้แก่ แพท ณปภา, มาริโอ้ เมาเร่อ, นิชคุณ หรเวชกุล, คริส หอวัง และล่าสุดเราได้ สกาย วงศ์รวี มาเป็น Brand Endorser ในครอบครัว Dr.JiLL และด้วยฐานแฟนคลับที่มีอย่างหนาแน่นของเขา เราจึงส่งโปรโมชั่นแพ็กคู่ออกมาเป็นการต้อนรับสกายเข้าสู่ครอบครัวของเรา ซึ่งก็คงได้เห็นกันไปบ้างแล้ว

• กิจกรรมดี ๆ เพื่อสังคม นำร่องด้วยโครงการ 1 อิ่ม
         ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ดำเนินธุรกิจความงามภายใต้แบรนด์ Dr.JiLL นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมากที่แบรนด์ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดีมากมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และเป็นส่วนหนึ่งในการคืนกำไรสู่สังคม แบรนด์ Dr.JiLL จึงได้ริเริ่มจัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “โครงการ 1 อิ่ม” ขึ้น ซึ่งก็ได้ "พี่ตูน บอดี้สแลม" มาช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ โดยเนื้อหาหลัก ๆ นอกเหนือจากการเติมเต็มมื้ออาหารกลางวันของเด็ก ๆ ให้ได้อิ่มท้องแล้ว ยังถือโอกาสนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมทำบุญกับ Dr.JiLL ในทางอ้อม ผ่านแคมเปญ 1 ขวด = 1 อิ่ม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการซื้อผลิตภัณฑ์จะนำไปช่วยเหลือน้อง ๆ ตามมูลนิธิต่าง ๆ และจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ นี้เอง ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมดี ๆ อย่างนี้ต่อไปอีกเรื่อย ๆ

ไลฟ์สไตล์และการส่งต่อแรงบันดาลใจ


• รสนิยมและทริกในการแต่งกาย
          เดิมทีซีชอบแต่งตัวอยู่แล้ว มองแฟชั่นเป็นศิลปะ ยิ่งพอเริ่มเข้าวงสังคมยิ่งศึกษาเพิ่มเติม ทำความเข้าใจ มีปรึกษากูรูบ้าง โดยสไตล์การแต่งตัวของซีจะคงเส้นของผู้ชายเอาไว้ ให้อยู่ในความรู้สึกของ metrosexual เป๊ะ เคล็ดลับง่าย ๆ เวลาซีแต่งตัวเองมักจะใช้  total look ตามรันเวย์ เพราะรู้สึกว่าดีไซเนอร์เขาเลือกสรรมาแล้ว ส่วนลุคนักธุรกิจเน้นให้ดูภูมิฐาน แต่คงคาแรกเตอร์ของตัวเองไว้อย่างชัดเจน เพราะภาพที่เราอยากให้ทุกคนเห็นคือภาพของนักธุรกิจที่หลงใหลแฟชั่น ทันสมัย และกล้าที่จะแต่งตัว

• ความหมายของ #เซเลปโลกอนาคต
          ด้วยความที่เราเสพแฟชั่นและศึกษามาตลอด เราก็ติดตามว่าไอเทมชิ้นไหนกำลังจะเข้ามา ทันทีที่ของชิ้นนั้นมาถึงเราก็ไปซื้อไว้ และด้วยความเอื้ออารีของบางแบรนด์ที่ส่งไอเทมบางชิ้นมาให้ก่อน ทุกคนเลยเข้าใจว่ามีของใหม่ ๆ ที่มาจากโลกอนาคต คำนี้จึงกลายเป็นแฮชแท็กขำ ๆ ประจำตัวเราไปโดยปริยาย

ธรรมะนำทางในการใช้ชีวิต
          ธรรมะในการใช้ชีวิตของซีคือการให้ ถ้าเราให้ความจริงใจ ให้อนาคต ให้โอกาส หรือแม้แต่การให้อภัยก็ตาม ชีวิตเราจะดี เพราะหลายอย่างในชีวิตที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ เราก็ได้มาจากคนอื่นเหมือนกัน ส่วนเรื่องการทำบุญ ซีมองว่าเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชน ในเมื่อชาวคริสต์เข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ได้ ชาวมุสลิมละหมาดตรงตามเวลาได้ ชาวพุทธก็ควรเข้าวัดทำบุญให้เป็นกิจวัตรส่วนหนึ่งในชีวิตเรา

• การมีวินัยในการออกกำลังกาย
          ซีออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและไม่ให้รูปร่างเปลี่ยน เพราะถ้าหุ่นเปลี่ยน ไซซ์เสื้อผ้าเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน สังเกตว่านักธุรกิจรุ่นใหม่จะค่อนข้างแข็งแรง เขาก็รักชีวิตของตัวเอง และมีตัวอย่างให้ดูแล้วว่าถ้าปล่อยให้สุขภาพเสื่อมโทรมจะมีผลเสียอย่างไร เราเลยต้องบาลานซ์ซีวิตให้ดี การออกกำลังจึงเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่เราต้องทำทุกเช้า ปกติซีจะเล่นฟิตเนสอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง นอกจากนั้นก็ต้องดูแลตัวเอง กินอาหารดี ๆ พักผ่อนไม่น้อยกว่า 6-8 ชั่วโมง ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน โดยเฉพาะช่วงที่ต้องหาโอกาสใหม่ ๆ หรือสร้างเป้าหมายที่ท้าทายขึ้น ร่างกายก็ยิ่งต้องพร้อม


• หากย้อนกลับไปเมื่อตอนอายุ 20 ปี จะบอกอะไรกับตัวเองบ้าง
          อยากให้กำลังใจตัวเอง ซีมักจะปลูกฝังตัวแทนหรือคนที่คุยกับซีให้จำไว้ข้อหนึ่งคือ การเป็นนักธุรกิจ เสียอะไรก็ได้ แต่ห้ามเสียความมั่นใจโดยเด็ดขาด เพราะคุณกำลังขับเคลื่อนคนที่เดินตามหลังอีกมากมาย ฉะนั้นถ้าคุณแค่ลังเล จะไปหรือไม่ไปดี หรือถอดใจ คุณจะไดรฟ์ไม่ได้เลย และอยากบอกกับตัวเองว่าไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ทำไป จุดที่เรายืนอยู่อาจเรียกได้ว่าสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง แต่นั่นมาจากทุก ๆ วันของอดีตจริง ๆ ไม่มีประสบการณ์ไหนที่ไม่ได้หยิบมาใช้เลย แม้แต่ธุรกิจที่เคยล้ม ดังนั้น ซีไม่อยากเตือนตัวเองว่าอย่าไปตรงนั้นสิ เพราะเราต้องไป ไปเพื่อให้รู้ เพื่อให้เจอ เพื่อประสบการณ์

• สิ่งที่ทำให้ยิ้มได้ และภาคภูมิใจที่สุด ณ ขณะนี้
          การเห็นคนอื่นมีความสุขครับ อย่างเวลามีคนมาบอกว่า “พี่ซีครับ หนี้ 16 ล้านบาทของผมปิดหมดแล้วด้วย Dr.JiLL นะครับ” มันเป็นความรู้สึกที่สวยงามมาก สิ่งที่เราทำอาจจะแค่ทำงานไปเรื่อย ๆ เราไม่ได้ให้เงินเขา แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่สะท้อนให้ชีวิตเขาดีขึ้น และเห็นคุณค่าของการทำงานจริง ๆ แค่นี้ก็ยิ้มได้แล้ว เมื่อคนรอบข้างมีความสุข เราก็มีความสุข
• ก้าวต่อไปของคุณซี
          ซีอยากสร้างคนให้มีรายได้มากกว่านี้ อยากทำให้ Dr.JiLL เป็นบ้านหนึ่งหลังที่ตัวแทนจำหน่าย หรือเพื่อนรอบข้างเรามีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะทีมงานเรายังมีคนที่ยังไม่ถึงฝั่งฝัน ซีว่าตอนเด็กพวกเราทุกคนมีวงกลมความฝันอยู่แล้ว ว่าอยากมีเงินเท่าไร อยากมีบ้านอย่างไร อยากมีเพื่อนแบบไหน อยากไปเที่ยวที่ไหน แต่วงความฝันของซีเต็มแล้วตั้งแต่อายุ 35 จนเราต้องเปลี่ยนวงกลมความฝันใหม่ เราเลยรู้สึกว่าอยากทำให้คนรอบข้างที่โตมากับเรา สร้างมาด้วยกัน สามารถเปลี่ยนวงกลมความฝันได้เหมือนเรา ก้าวต่อไปของซีจึงมีหน้าที่เติมเต็มความฝันให้กับคนเหล่านั้น

       คำว่า “ประสบความสำเร็จ” ในแบบของ ซี สักก์พิพัฒน์ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือการมีแต้มต่อในชีวิตที่เหนือกว่าใคร ทว่ามาจากความมุ่งมั่นและไม่เคยปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ส่งผลให้ธุรกิจที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ เดินทางมาไกลเกินฝัน และยังคงก้าวต่อไป ด้วยแรงบันดาลใจบทใหม่ที่ไม่สิ้นสุด
 "

 

ขอขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก

www.kapook.com

ที่มา https://hilight.kapook.com/view/209261

.
วาร์ป คุณซี ดร.สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ
https://www.instagram.com/sakpipat/
.
สมัครตัวแทนจำหน่าย Dr.JiLL และสินค้าในเครือ 
ตรงกับบริษัท Dr.JiLL
LINE : @dr.jillth
หรือ โทร. 0946892233

.

 สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ / สั่งซื้อจำนวนมาก

LINE : @dr.jillth
หรือ โทร. 0946892233

.

ติดต่องาน
email : doctorjill.official@gmail.com

Powered by MakeWebEasy.com